การทดสอบที่อยู่ในArea 51
ท่านครับ ผมมีคลิปอยู่คลิปหนึ่งที่ดูแล้วมีความน่าสนใจมาก ๆ
ผมดูแล้วไฟล์วีดีโอนี้แล้วใช่ไม่มีขัดแย้งอะไร
เป็นไฟล์วีดีโอที่มีใครบางคน ที่ผมเองเข้าใจว่าคงจะเป็น "คนใน"
ถ่ายได้จากหน่วยงานทางทหารแห่งหนึ่ง ไม่แน่ชัดว่าเป็น Area 51
หรือไม่ สิ่งที่บันทึกได้เป็น ดวงไฟสี 3
ดวงที่ดูไม่ออกเหมือนกันว่าคืออะไร
ลอยไปลอยมาในทิศทางที่เกาะกลุ่มกัน
ซึ่งถือได้ว่าจับภาพได้ในระยะที่ใกล้มาก ๆ ทีเดียว ไฟ 3
ดวงนี้พบเห็นได้บ่อยมาก ๆ ครับ และดูเหมือนจะเห็นกันหลาย ๆ
จุดทั่วโลกก็ว่าได้แต่จับภาพไม่ได้ในระยะที่ใกล้ขนาดนี้ ไฟ 3
ดวงนี้ผมพิจารณาแล้วไม่ใช่ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ
เป็นสิ่งที่ถูกทำขึ้น จะเป็นอาวุธหรือยานพาหนะก็ไม่ทราบได้
แต่มันกลับไปปรากฎในหน่วยงานทางทหาร
ซึ่งก็น่าแปลกว่าเขาทดลองอะไรกันอยู่ครับ
คลิปนี้ถ่ายได้ที่ฮาวาย เป็นแสงลักษณะด้านบนเคลื่อนที่ได้เร็วมาก ๆ
ส่วนไฟสามดวงนี้เจอที่แคนาดาครับ
ส่วนไฟสามดวงด้านล่างนี้คล้ายกับด้านบนมาก ๆ เลยครับ
ไปเจอที่เมลเบริ์น ออสเตรเลีย ถ่ายได้วันที่ 9 กุมภาพันธ์
2013 เวลาท้องถิ่นประมาณ 17.00 น.
ให้สังเกตุเวลาในคลิปที่ 1.52 วินาที
ยูเอฟโอลำหนึ่งเคลื่อนที่ในระดับต่ำโดยเร่งความเร็วอันน่าทึ่ง
จนเป็นเป็นเพียงลำแสงพาดผ่าน
http://www.youtube.com/watch?v=AWkKyL4n6jE
ส่วนคลิปนี้พบเห็นที่อังกฤษ 9 ก.ค.2013
ซึ่งดูเหมือนว่ายูเอฟโอในลักษณะนี้จะเห็นได้บ่อยมาก ๆ เลยที่อังกฤษ
ลักษณะเป็นดวงไฟกลม ๆ ติด ๆ ดับ ๆ
ไม่แน่ชัดว่าเป็นอาวุธหรือยานพาหนะ
อยากให้ท่านลองเทียบกับคลิปด้านบนดูครับ
อีกคลิปที่น่าสนใจก็ด้านล่างนี่ครับ มีไฟ 3
ดวงที่มีลักษณะเดียวกับที่พบเห็นอยู่ใน area 51
ปรากฎให้เห็นในหลายสถานที่บนโลกนี้ทีเดียว
ลักษณะเป็นไฟที่ลอยไปมา
และลอยมารวมกันและดูเหมือนจะหายไปเฉย ๆ หรือถ้าดูช้า ๆ
ก็คือมันเคลื่อนที่หายไปอย่างรวดเร็วนั่นเองครับ ชมดูครับ
คลิปด้านล่างนี้ดูเหมือนจะถ่ายได้ที่เกาะกวม
คลิปด้านล่างถ่ายได้ที่ Big Island ฮาวาย Honokaa School
เวลาประมาณ 17:50 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2010
มาชมคลิปอาวุธแปลก ๆ ของประเทศมหาอำนาจครับ
คลิปนี้เป็นอาวุธประเภทลำแสงเลเซอร์ความเข้มข้นสูง
ซึ่งทำการทดสอบเพื่อทำลายอากาศยานไร้คนขับ(Drone)
ในคลิปด้านล่างตามข่าวของ Fox News แล้ว
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติเองก็ยังยอมรับว่าไม่รู้เช่นกันว่าวัตถุ
เหล่านี้ซึ่งมีแสงสว่างสามดวงจริง ๆ แล้วมันคืออะไรแน่
Operation Sapphire Sele.
ก็มีอดีตหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ผู้หนึ่งออกมาแฉให้คนบน
โลกได้รับรู้หรือรับทราบ ไม่แน่ชัดเหมือนกันว่าข้อมูลนี้ท่านได้เปิด
เผยหมดหรือไม่ หรือเปิดเผยเพียงบางส่วน หรือว่าเป็นกระบวนการ
ต่อต้านการอยากรู้อยากเห็นของคนในพื้นที่ Area 51 ท่านนี้ใน
วงการการค้นคว้าและศึกษาเรื่อง ยูเอฟโอและมนุษย์ต่างดาวแล้ว
ส่วนใหญ่ก็จะรู้จักท่านดีท่านผู้นี้ชื่อคุณ Richard Doty
คุณ Richard ออกมาเปิดเผยว่ามีปฎิบัติการลับอยู่ปฎิบัติการ
หนึ่งภาษาอังกฤษเรียก Operation Sapphire Sele ปฎิบัติการลับนี้
ท่านว่ามันเริ่มมาตั้งแต่ยุค ค.ศ.1960 ก็คือภายหลังจากการที่คนบน
โลกพบเห็นยูเอฟโอจำนวนมาก ๆ บินอยู่บนโลก(ตอนนั้นจะอยู่ใน
ช่วง ค.ศ.1950 - 1957) หน่วยงานทางทหารพากันขบคิดว่าเป็นไป
ได้ไหมว่าวันหนึ่งในอนาคตหากว่า มนุษย์จะมีความสามารถจับ ดัก
หรือควบคุมยูเอฟโอที่เห็นมันบินกันบ่อย ๆ นี้ได้สักลำหรือสองลำ มัน
จะทำให้การเดินทางของมนุษย์ไปยังสถานที่ต่าง ๆ อาจจะทำได้ง่าย
ขึ้น รวดเร็วขึ้น หรือแม้กระทั่งการเดินทางไปยังสถานที่ที่อยู่นอก
โลก อาทิเช่น ดวงจันทร์ บางทีมันก็ยังอาจจะเป็นไปได้ เจตนาก็เพื่อ
ไปทำการสำรวจหรืออาจจะไปสร้างฐานทัพบนดวงจันทร์ เพื่อจุด
ประสงค์ในการป้องกันประเทศ ป้องกันโลกมนุษย์
คุณ Richard ให้การว่าในช่วงต้นปี ค.ศ.1970 มันมีอุบัติเหตุ
หรือไม่ค่อยจะแน่ใจนัก เพราะว่ามียูเอฟโอลำหนึ่งตกลงในเขตแดน
สหรัฐฯ บริเวณทะเลทรายตะวันตกของเมืองลาสเวกัส ยูเอฟโอลำนี้
ถูกมนุษย์เข้าควบคุมแล้วส่งไปยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีความทันสมัย
มากในเรื่องของเทคโนโลยีการวิจัยและพัฒนา( Advanced
Research and Development ในยุคนั้น) สถานที่แห่งนี้เรียกว่า
Groom Lake ซึ่งก็คือสถานที่แห่งหนึ่งในบริเวณหรือเขตแดนของ
Area 51
หลังจากที่ยูเอฟโอลำนี้ถูกส่งไปยังสถานที่แห่งนี้ เหล่าบรรดา
ทั้งนักวิทยาศาสตร์ นักบิน และผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ ก็พยายาม
จะหาคำตอบให้ได้ว่าวัตถุบินประหลาดลำนี้มันสามารถบินได้
อย่างไร ด้วยวิธีการใด ด้วยเชื้อเพลิงหรือการขับเคลื่อนชนิดใด ฯลฯ
ซึ่งหากว่าหาคำตอบในสิ่งที่สงสัยนี้ได้มันก็จะมีความเป็นไปได้ที่จะ
แกะเทคโนโลยีแล้วนำมาผลิตขึ้นเอง(Reverse Engineer) จากนั้น
ก็จะฝึกให้นักบินสามารถขับหรือบังคับอากาศยานลักษณะนี้ได้ แต่
ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือ เทคโนโลยีของยานพาหนะลำนี้ที่ยึดมาได้มัน
ก้าวหน้า ก้าวไกลเกินกว่าความเข้าใจของมนุษย์จะไปเข้าใจมันได้ ก็
คงจะเป็นไปด้วยวิวัฒนาการของพวกเขาที่น่าจะห่างจากเราไปเป็น
หลายร้อย หลายพันปี หรืออาจจะมากว่านั้น
ยูเอฟโอลำนี้ถูกตั้งชื่อว่า POLYZENA มันยาก มันยากที่จะแกะ
เทคโนโลยีของพวกเขา ยิ่งสมัยในยุค ค.ศ.1970 แล้วมันก็ยิ่งยาก
เข้าไปใหญ่ ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน มีการค้นพบการตกของยู
เอฟโออีกลำหนึ่งแต่ครั้งนี้ไม่ได้ตกในเขตแดนของสหรัฐฯ แต่ไปตก
อยู่ในเขตแดนของพันธมิตรประเทศของสหรัฐ นั่นคือประเทศซาอุดิ
อารเบีย ซาอุเจอไปมันเข้า ก็เนื่องด้วยความสนิทสนมและเกรงใจ
ซาอุดิอารเบียยอมส่งมอบวัตถุบินลึกลับลำนี้ที่เจอให้กับรัฐบาล
สหรัฐฯ ในยุคสมัยนั้น
วัตถุบินลำนี้ถูกตั้งชื่อว่า Remus ก็ตั้งชื่อไปตามเทพในนิยาย
กรีกโบราณ ก็เช่นเดียวกันยูเอฟโอ Remus มีจุดประสงค์เพื่อที่จะ
Reverse Engineer และเทรนนักบินให้ทำอย่างไรให้สามารถบังคับ
เครื่องได้ จุดประสงค์เพื่อการเดินทางไปยังดาวดวงอื่นก็จะเลือกดาว
ที่ใกล้เคียงกับโลกที่สุดคือดวงจันทร์ ในยุคสมัยนั้นการเดินทางไป
ยังดวงจันทร์ด้วยเทคโนโลยีของมนุษย์โลก จัดเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก สิ้น
เปลือง อันตราย เสี่ยงทั้งชีวิตนักบินอวกาศและยานอวกาศที่มีราคา
แพงระยับ ซึ่งตอนนั้นจะเรียกว่าเป็น Apollo Program
แน่นอนที่สุดหากพวกเราเข้าใจเกี่ยวกับระบบการทำงานการขับ
เคลื่อนของวัตถุบินลึกลับที่ยึดมาได้นี้แล้ว การเดินทางไปยังดวง
จันทร์มันน่าจะง่ายกว่ามาก เร็วกว่ามาก ประหยัดกว่ามาก ๆ และที่
สำคัญมันน่าจะสามารถควบคุมเครื่องได้ง่ายกว่าถ้าอยู่ในอวกาศ
เปรียบเทียบยานอวกาศที่มนุษย์ผลิตขึ้นและส่งไปยังอวกาศ สิ่งที่ยึด
มาได้นี้แน่นอนที่สุดมันต้องถูกสร้างขึ้นจากที่ใดที่หนึ่งที่ไม่ใช่บน
โลกใบนี้ มันน่าจะมีเทคโนโลยีสำหรับการเดินทางในอวกาศได้อย่าง
ไม่ต้องสงสัย ยิ่งโดยเฉพาะถ้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมบนดวงจันทร์แล้ว
วัตถุบินลึกลับน่าจะทำได้ดีกว่ายานอวกาศของพวกเรา ยานอวกาศ
ของมนุษย์โลกยุ่งยาก มันจำเป็นต้องถูกส่งออกไปนอกโลกด้วย
จรวด มีนักบินอวกาศคอยบังคับยานแม่ และใช้เวลาหลายวันกว่าที่
จะไปถึง
จากการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว วัตถุบินลึกลับสองลำที่ถูก
ยึดมาได้นี้คือ Polyzena และ Remus มันมีเทคโนโลยีการบังคับ
การเคลื่อนที่การขับเคลื่อนที่ต่างกัน นั่นจึงอนุมานได้ว่าวัตถุบิน
ลึกลับทั้งสองลำน่าจะมาจากมนุษย์ต่างดาวคนละเผ่าพันธุ์กัน คนละ
สายพันธุ์กัน
คือคุณ Richard กล่าวว่าตอนที่วัตถุบินลึกลับมันตกและถูกยึด
ได้ ไม่พบว่ามีเจ้าของยานพาหนะลำนี้อยู่บนยานพาหนะ ซึ่งคุณ
Richard ตั้งข้อสังเกตุว่าหากตอนตกพบว่ามีเจ้าของยานพาหนะลำ
นี้อยู่ด้วยแล้วละก็ ทุกสิ่งทุกอย่างจะง่ายขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่า
จะเป็นการบังคับยานพาหนะ การ Reverse Engineer การทราบได้
ถึงกลไกการทำงานต่าง ๆ บนยานพาหนะ ก็ง่าย ๆ ให้เขาสอนเราก็
เท่านั้นเอง
การไม่พบเจ้าของยานพาหนะบนยานพาหนะที่มีความทันสมัย
ขนาดนี้ แล้วปล่อยให้คนให้มนุษย์มาเรียนรู้กันเองว่า อุปกรณ์แต่ละ
ชิ้นคืออะไร ทำงานอย่างไร ขับเคลื่อนบังคับกันอย่างไร เชื้อเพลิง
คืออะไร มีอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษบ้าง มันคงคล้าย ๆ กับท่าน
กำลังทิ้งเครื่องบินลำหนึ่ง หรือเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่ง ให้กับมนุษย์ยุค
หินเมื่อหมื่นปีก่อนไปแกะ ไปเรียนรู้กันเอง ท่านว่ามนุษย์ยุคหินเหล่า
นั้นเขาจะรู้เรื่องได้แค่ไหน ถึงแม้มนุษย์ยุคหินจะเป็นเผ่าพันธุ์
เดียวกันกับมนุษย์ปัจจุบัน มีขนาดความจุของสมองที่เท่ากัน แต่
ระดับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีของมนุษย์ยุคหินเทียบกับมนุษย์
ยุคปัจจุบันแล้วมันเทียบกันไม่ได้เลย ถ้าท่านต้องการจะให้มนุษย์ยุค
หินสร้างเครื่องบินขึ้นได้ ขับเครื่องบินได้ เรียนรู้อุปกรณ์ทุกอย่างบน
เครื่องบิน มีทางเดียวครับที่น่าจะเข้าท่าและเป็นไปได้มากที่สุดคือ
ท่านต้องสอนเขา นั่นเป็นทางลัดที่สุดสำหรับมนุษย์ยุคหิน
ด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวดและบ้าระห่ำ ประกอบกับ
ทรัพยากรด้านการเงินที่มีอย่างไม่จำกัด คุณ Richard กล่าวว่า
ทำให้มนุษย์ได้เรียนรู้ยานพาหนะประหลาดลำนี้อย่างช้า ๆ ทีละเล็ก
ทีละน้อย คือเป็นไปอย่างช้า คุณ Richard กล่าวว่ากว่ามันจะค่อย ๆ
เข้าใจระบบการทำงานของมันได้ มันใช้เวลาหลาย ๆ ปีเลยทีเดียว
คือทางการสหรัฐฯ จะไม่ทำอะไรที่เกินเลยหากว่าไม่เข้าใจในชิ้นส่วน
ส่วนประกอบแต่ละชิ้นว่ามันคืออะไร ทำงานอย่างไร มันต้องร้อย
เปอร์เซ็นต์หรือเกือบร้อย จึงจะยอมนำเครื่องขึ้นจากพื้น ความ
พยายามตรงนี้มันถูกทำซ้ำ ๆ เป็นพันเป็นหมื่นครั้ง จะวางมือวางเท้า
บนยานพาหนะลำนี้อย่างไรจึงจะถูกต้อง ตรงนี้มีหนึ่งในนักบินใช้คำ
ว่า Monotonous คือทำอย่างซ้ำ ๆ ซาก ๆ
จนท้ายที่สุดสามารถที่จะบังคับยานพาหนะลำนี้ให้บินขึ้น
จากพื้นได้ ก็คือให้ทำแค่นี้ และทำซ้ำ ๆ ซาก ๆ ไปอย่างนี้เรื่อย ๆ จน
เกิดความเคยชิน แต่ความยากมันมีมากกว่านั้นคือทำอย่างไรให้มัน
บินไปได้ไกล ๆ บินได้สูง ๆ และยังสามารถบังคับยานพาหนะลำนี้ได้
อย่างไม่มีข้อผิดพลาด ซึ่งตรงนี้คุณ Richard กล่าวว่ามันก็ใช้เวลา
อีกนานเลยทีเดียว จนท้ายที่สุดกองทัพอากาศสหรัฐฯ สามารถทำ
มันได้จริง ๆ จนนำไปสู่การเทรนนักบินของกองทัพที่มีคุณสมบัติตรง
ตามที่ต้องการมาขับเครื่อง เรื่องนี้น่าทึ่งมาก ๆ ครับ คุณ Richard
กล่าวว่ายานพาหนะที่ถูกทำความเข้าใจได้นี้จะเป็นลำ Polyzena
ยานพาหนะลำนี้สุดท้ายถูกส่งไปยัง Melon Site ก็จะอยู่ทางตะวัน
ตกของ Groom Lake ซึ่งเป็นอาณาบริเวณที่จะเหมาะสำหรับการ
ทำการฝึกบินมากกว่า